1 นาที

มาตรการ “ช้อปดีมีคืน65” คุ้มไหมถ้าอยากใช้สิทธิ

แชร์

ยังไม่ทันยื่นภาษีของปี 64 รายการลดหย่อนภาษีใหม่ล่าสุดประจำปี 65 ก็เข้ามาให้ได้ชื่นใจเสียแล้ว ปีที่แล้วอาจจะต้องรอเก้อ แต่ปีนี้เตรียมกระเป๋าตังค์ให้ดีๆ เพราะมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” กลับมาอีกครั้ง โดยมาตรการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐได้ตระเตรียมไว้มอบเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ให้แก่ประชาชนชาวไทยผู้เสียภาษีทุกคน  ซึ่งมาตการ “ช้อปดีมีคืน”จะน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน หรือมีรายละเอียดสำคัญอะไรบ้างที่ต้องรู้  บทความนี้อาจมีคำตอบที่มองหา 
Q1: ช้อปดีมีคืนเริ่มใช้สิทธิได้เมื่อไหร่


A1: เริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 15 ก.พ.2565  


Q2: ใครมีสิทธิ์ใช้ "ช้อปดีมีคืน" บ้าง ? 


A2: ผู้มีเงินได้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน ซึ่งต้องไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ผ่านบัตรประชาชน) และไม่ได้ลงทะเบียนโครงการรัฐอื่นๆ (เช่น ผู้ที่ใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืน จะต้องไม่ใช้สิทธิ์คนละครึ่งในปีเดียวกัน) 


Q3: "ช้อปดีมีคืน" ลดหย่อนภาษีท่าไหร่ 


A3: ตามที่ซื้อจริง หรือไม่เกิน 30,000 บาท 


Q4: เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจาก "ช้อปดีมีคืน 


A4: กำหนดให้ผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สามารถนำค่าสินค้า หรือค่าบริการเท่าที่ได้จ่ายจริงไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2565 โดยการซื้อสินค้า หรือบริการทั้งหมดจะต้องเป็นการใช้จ่ายต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่รัฐกำหนดเท่านั้น 


Q5: สินค้า หรือบริการอะไรบ้างที่เข้าร่วมมาตการ “ช้อปดีมีคืน” 


A5:   สินค้าหรือบริการที่เข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืนมีอยู่ด้วยกันกลักๆ 3 ประเภทคือ 

  1. สินค้าและบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 
  2. หนังสือ และ e-book ที่ซื้อจากบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล 
  3. สินค้า OTOP ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน 


Q6: สินค้า หรือบริการที่ไม่เข้าร่วมมาตการ “ช้อปดีมีคืน” 

A6: สินค้าและบริการที่ไม่เข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืนมีทั้งหมด 11 รายการ ดังนี้ 

  1. ค่าสุรา เบียร์ ไวน์ 
  2. ค่ายาสูบ 
  3. ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ 
  4. ค่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ 
  5. ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสารและค่าบริการ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อ มูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 
  6. ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ 
  7. ค่าที่พักในโรงแรมที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม 
  8. ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า 
  9. ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย 
  10. ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ 
  11. ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต 


Q7: หลักฐานสำคัญที่ต้องมี 

A7:   

ประเภทสินค้า หรือบริการ หลักฐานที่ต้องใช้ 
สินค้าและบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ 
หนังสือ และ e-book ใบเสร็จซื้อสินค้า/ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ 
สินค้า OTOP ใบเสร็จซื้อสินค้า/ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ 


Q8: คุ้มไหมถ้าอยากใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจาก “ช้อปดีมีคืน” 


A8:  คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่ายิ่งซื้อเยอะเท่าไหร่ก็จะได้ลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วต้องดูด้วยว่าเราเสียภาษีในอัตราภาษีที่เท่าไหร่  



ยกตัวอย่างเช่น นาย noon มีเงินได้สุทธิ 300,000 บาท ซึ่งอยู่ในขั้นบันไดอัตราภาษี 5% ซึ่งจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจากมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” สูงสุดเพียง 1,500 บาทเท่านั้น ต่อให้จ่ายเงินค่าช้อปปิ้งไปเต็มๆ 30,000 บาทก็ตาม  


เงินได้สุทธิ อัตราภาษี สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 
ไม่เกิน 150,000 5% ไม่เสียภาษี ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ
จากมาตรการช้อปดีมีคืน 
มากกว่า  150,000   -     300,000 5% 1,500 
มากกว่า 300,000   -     500,000 10% 3,000 
มากกว่า 500,000   -     750,000 15% 4,500 
มากกว่า 750,000   –  1,000,000 20% 6,000 
มากกว่า 1,000,000  -  2,000,000 25% 7,500 
มากกว่า 2,000,000  -  5,000,000 30% 9,000 
มากกว่า 5,000,000  ขึ้นไป 35% 10,500 หรือมากกว่า 



วิธีคำนวณหามูลค่าลดหย่อนภาษีจากมาตการ “ช้อปดีมีคืน” 


[เงินได้สุทธิ – 150,000 (เงินได้ที่สรรพากรยกเว้น)] – อัตราภาษี = มูลค่าลดหย่อนภาษีจากมาตการ “ช้อปดีมีคืน” 



หากอยากใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ให้คุ้มค่า เรื่องแรกที่จำเป็นต้องรู้เลยคือตัวเรานั้นนั้นเสียภาษีในอัตราภาษีที่เท่าไหร่ จะไม่ต้องจ่ายเงินเกินกว่าความจำเป็น และถ้าใครพร้อมแล้วที่ยื่นภาษีปี 64 แล้วล่ะก็อย่าลืมแวะมาเตรียมข้อมูลยื่นภาษีผ่าน noon.in.th นะ ใช้บริการฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก เตรียมข้อมูลยื่นภาษีได้ easy กว่าที่เคย 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : itax.in.th, bangkokbiznews.com, thaipost.net

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพเดี่ยว กับประกันสุขภาพแบบสัญญาเพิ่มเติม ต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันนั้นมีประกันสุขภาพแบบเดี่ยว (ไม่ต้องพ่วงประกันชีวิต) และประกันสุขภาพแบบสัญญาเพิ่มเติมประกันชีวิต (ทำพ่วงประกันชีวิต) แล้วแต่ละแบบมีลักษณะต่างกันอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เราควรเลือกแบบไหนที่จะเหมาะกับเรา บทความนี้มีคำตอบ

“เงื่อนไขจ่ายเงินประกันชีวิตผู้สูงอายุ รู้ไว้ไม่งง”

ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว ใครกำลังมองหาของขวัญที่ถูกใจผู้สูงอายุวัยเก๋า และช่วยเบาใจลูกหลานอย่างเรา ประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าลงทุน