3 นาที

เช็คลิสต์ “ของที่ต้องมี” เมื่อโควิดอยู่รอบตัวฉัน

แชร์

โคโรนาไวรัสหรือโควิด-19 กำลังวนเวียนอยู่รอบตัวเราแล้วก็คืบคลานออกจากกรุเทพมหานครและเข้ามาใกล้ขึ้นทุกทีไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือเขตปริมณฑล เพื่อเป็นการไม่ตื่นตระหนกและได้คลายกังวลลงบ้าง เราเลยหารายการ “ของที่ต้องมี” มาให้ทุกคนได้ทำเช็คลิสต์กันก่อนออกจากบ้านและเวลาอยู่ที่บ้านให้ปลอดภัยกันทุกคนและทั้งครอบครัวตามข้างล่างนี้เลย

 

1. หน้ากาก: หน้ากากอนามัย หน้ากากกันน้ำ /pm2.5 / หน้ากากผ้า

หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการปกป้องคนอื่นแล้วปกป้องตัวเองไปพร้อมกัน เราแนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสที่ลอยมาตามอากาศไม่ว่าจะในพื้นที่ปิดหรือเปิดเพราะหน้ากากอนามัยมีคุณสมบัติกันน้ำได้ ต่างจากหน้ากากผ้าปกติ ส่วนหน้ากากกันฝุ่น PM2.5 ก็สามารถคัดกรองสสารที่ใหญ่กว่าฝุ่นอย่างเชื้อไวรัสโคโรนาได้อยู่แล้ว ดังนั้นการมีหน้ากากดังกล่าวไว้จึงมีประโยชน์ทั้งกันตัวเองไม่ให้ทำคนอื่นติดเชื้อไวรัสในกรณีที่เราติดเชื้อไวรัสอย่างไม่รู้ตัว รวมถึงกันเชื้อไวรัสที่เรามองไม่เห็นลอยมาติดเชื้อด้วย

อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าสนใจคือตอนนี้ร้านค้าและร้านสะดวกซื้อต่างๆ มีข้อบังคับก่อนเข้าร้านว่าให้สวมหน้ากากก่อนเข้าร้านโดยไม่ระบุประเภทของหน้ากาก กล่าวคือหากคุณไม่ได้สวมใส่หน้ากากจะเข้าร้านไม่ได้ ดังนั้นหน้ากากผ้าและหน้ากากกันละอองเกสรดอกไม้ก็เป็นตัวเลือกที่ควรมีสำรองไว้ในกรณีที่หน้ากากในตลาดอนามัยและหน้ากากกัน PM2.5 ขาดแคลนเพื่อเข้าไปจับจ่ายใช้สอยของในร้านต่างๆ และดำรงชีพในช่วงวิกฤตโรคระบาดเช่นนี้ 

2. สบู่

ของสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เจลแอลกอฮอลล์แต่เป็นสบู่ ตัวทำลายชั้นไขมันของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ชอบแฝงตัวอยู่ตามพื้นผิวต่างๆ อย่างเช่นพื้นผิวพลาสติกที่เชื้อไวรัสสามารถเกาะอยู่บนนั้นได้นานถึง 3 วัน ดังนั้นการพกสบู่ในปริมาณ 100 ml. ติดตัวไว้เพื่อเช็ดของรอบกายหรือไว้ล้างมือเป็นประจำก็สามารถช่วยมากกว่าสิ่งอื่นๆ เวลาที่ควรล้างมือที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

  • ก่อน ระหว่างและหลังทำอาหาร
  • ก่อนกินอาหาร
  • หลังจับสิ่งของในที่สาธารณะ เช่น เสาในรถไฟฟ้า ลูกบิดประตู โต๊ะ
  • หลังจากกลับมาในที่พักเมื่อออกไปข้างนอกมา
  • ก่อนให้อาหารหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง
  • ก่อนและหลังดูแลคนที่บ้านที่ป่วยและอาเจียนหรือท้องเสีย
  • ก่อนและหลังทำแผล
  • หลังการเข้าห้องน้ำ
  • หลังสั่งน้ำมูก ไอ หรือจาม
  • หลังให้อาหารสัตว์หรือให้ขนมสัตว์
  • หลังจับขยะ

สิ่งที่จำเป็นกว่าการล้างบ่อยๆ ก็คือการล้างมือให้สะอาด หลายคนรีบล้างเร็วๆ แล้วส่งผลให้เชื้อโรคนั้นยังติดค้างอยู่บนมือเราแม้จะล้างมือแล้วก็ตาม การล้างมือที่ถูกวิธีนั้นมีดังต่อไปนี้

  • เช็ดมือให้สะอาด ล้างมือกับน้ำเปล่าแล้วกดสบู่ใส่มือ
  • ถูสบู่จนเกิดฟอง ถูสบู่หลังมือระหว่างนิ้วมือ ใต้เล็บ ข้อมือและนิ้วโป้งให้สะอาด
  • ถูกสบู่เป็นเวลา 20 วินาที ถ้าอยากจับเวลาให้แน่นอนก็ร้องเพลง “แฮปปี้เบิร์ด” ตั้งแต่ต้นจนจบสองรอบเลย
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสะอาด
  • เช็ดมือให้แห้ง

เท่านี้คุณก็มือสะอาดพร้อมกินอาหารและลุยไปที่ต่างๆ แล้ว แต่อย่าลืมล้างมือเพื่อความปลอดภัยของตัวเองด้วยนะ

3. เจลแอลกอฮอลล์

การเลือกใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในกรณีของโรค COVID-19 ทาง Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ของสหรัฐอเมริกา และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำให้ใช้ ethyl alcohol (ethanol) ที่ความเข้มข้นอย่างน้อย 70% โดยปริมาตร (v/v) หรือ sodium hypochlorite เข้มข้น 0.5% ในการทำความสะอาดพื้นผิว ดังนั้นเจลแอลกอฮอลล์จึงเป็นตัวเลือกรองจากสบู่ในเวลาที่เราไม่สามารถใช้สบู่ได้แต่เจลล้างมือก็มีข้อจำกัดดังต่อไปนี้ด้วยเช่นกัน

  • เจลทำความสะอาดกำจัดเชื้อโรคทุกชนิดไม่ได้
  • เจลล้างมืออาจไม่ได้ผลเมื่อมือสกปรกและมีคราบเหนียวแบบเห็นได้
  • เจลล้างมืออาจจะไม่ได้ล้างสารเคมีอย่างยาฆ่าแมลงและเหล็กหนักได้

ในเมื่อมีข้อจำกัดแบบนี้แล้ว เราก็ควรรู้ด้วยว่าการใช้เจลแอลกอฮอลล์อย่างถูกวิธีนั้นเป็นอย่างไร

  • ทาผลิตภัณฑ์เจลล้างมือลงบนฝามือและอย่าลืมอ่านฉลากเพื่อดูปริมาณที่ถูกต้อง
  • ถูมือเข้าด้วยกัน
  • ถูเจลบนมือและนิ้วจนมือแห้ง น่าจะใช้เวลาประมาณ 20 วินาที

4. ปรอทวัดไข้

เพราะเครื่องวัดไข้ตามห้างไม่ตรงเท่าไหร่และเพื่อความสบายใจรวมถึงเป็นการหมั่นตรวจเช็คตัวเองอย่างสม่ำเสมอก็ควรมีปรอทวัดไข้ไว้ตรวจอุณหภูมิร่างกายไม่ว่าจะเป็นการวัดใต้รักแร้หรือปาก หากเกิน 37.5 องศาแล้วก็ควรตัดสินใจไปพบแพทย์เนื่องจากเข้าเกณฑ์เสี่ยง อีกทั้งยังเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

 5. ผ้าเปียกฆ่าเชื้อโรค

ผ้าเปียกฆ่าเชื้อไวรัสได้ไหม เราขอตอบว่าได้แต่ต้องรับรู้ไว้เชื้อไวรัสต้องใช้เวลาฆ่าเชื้อนานกว่าเชื้อโรคหรือแบคทีเรีย ตามปกติแล้วผ้าเปียกจะระบุเปอร์เซ็นต์และเวลาที่ฆ่าเชื้อโรคไว้บนบรรจุภัณฑ์สินค้าหากมีสารฆ่าเชื้อโรค ให้จำไว้ให้ดีว่าสิ่งที่เราจะกำจัดเป็นเชื้อไวรัส ดังนั้นจะใช้เวลาฆ่าเชื้อนานกว่าเชื้อโรค 12 เท่า ดังนั้นต้องใช้เวลามากกว่าปกติ ตัวอย่างเช่น ของ dettol ที่บนบรรจุภัณฑ์แจ้งว่าฆ่าเชื้อโรคได้ใน 60 วินาที แปลว่าจะฆ่าเชื้อไวรัสได้ใน 12 นาที เรียกได้ว่านานทีเดียว การฆ่าเชื้อโรคด้วยผ้าเปียกนั้นจะต้องให้พื้นผิวดังกล่าวเปียกตามเวลาที่เขียนไว้คูณกับ 12 นั่นเอง เรียกได้ว่าหากไม่มีสบู่ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการเช็ดสิ่งต่างๆ แต่แค่ต้องรอเวลาพอสมควร

6. น้ำยาฆ่าเชื้อ

สารฆ่าเชื้อที่ใช้ตามบ้านเรือนและสามารถฆ่าเชื้อโคโรน่าไวรัสได้ มี 5 ชนิดตามที่อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ได้กล่าวไว้ คือ

  • benzalkonium chloride
  • chloroxylenol
  • ethyl alcohol
  • isopropyl alcohol
  • sodium hypochlorite

ทั้งหมดนี้ส่วนมากจะจำหน่ายในความเข้มข้นสูง ดังนั้นการนำน้ำยาทำความสะอาดที่มีสารดังกล่าวมาเจือจางในน้ำก่อนตามฉลากที่ระบุไว้จึงเป็นเรื่องจำเป็นก่อนนำไปฆ่าเชื้อ

ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวได้แก่ ไฮเตอร์ Haiter® และ คลอร็อกซ์ Clorox® เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วยังมีสารเคมีในบ้านที่ใช้ทำลายเซลล์ของเชื้อไวรัสได้ซึ่งลองติดตามได้ที่บทความนี้ที่น้ำยาในบ้านที่ฆ่าเชื้อไวรัส COVID-19 ได้

7. โลชั่นบำรุงมือ

การล้างมือบ่อยๆ นำไปสู่การมือแห้งและกร้าน มือแห้งแตกทำให้คุณเสี่ยงจะรับไวรัสเข้ามาทางบาดแผลแตกดังกล่าวดังนั้นโลชั่นบำรุงมือจึงเป็นสิ่งสำคัญและควรใช้ทุกครั้งหลังล้างมือหรือทำความสะอาดเสร็จ

8. ถุงมือ

หลายคนมองข้ามถุงมือไปทั้งที่ถุงมือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันไม่ให้เราหยิบจับของต่างๆ ผ่านการสัมผัสโดยตรง แต่จำไว้เสมอว่าการใส่ถุงมือออกไปข้างนอกแล้วหยิบจับสิ่งของต่างๆ โดยใช้ถุงมือคู่เดิมนั้นไม่ต่างอะไรจากการไม่ล้างมือ ดังนั้นสิ่งที่เราจะแนะนำคือใช้ถุงมือเวลาทำความสะอาดบ้านและกำจัดเชื้อไวรัสในบ้านตัวเอง ไม่ใช่ใส่ถุงมือทั้งวันแล้วไม่ล้างมือ นอกจากนั้นหลังทำความสะอาดบ้านเสร็จพร้อมกับถุงมือแล้วก็อย่าลืมล้างถุงมือด้วยสบู่ 20 วินาทีอีกครั้งด้วยเช่นกัน

เชื้อไวรัสไม่เลือกคนติด ดังนั้นถ้าเป็นไปได้แล้วการดูแลตัวเองให้ดีที่สุดนั้นสำคัญในยามที่ทุกอย่างอยู่ในภาวะวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่ไม่มีพื้นที่พอ ไม่มีชุดตรวจพอให้ผู้ป่วยที่มีอาการทุกคน ทั้ง 9 สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่มีแล้วจะเมินเฉยหรือใช้เป็นครั้งคราวเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อไวรัสได้แต่ต้องทำเป็นประจำจนกว่าการระบาดจะหยุดลง อย่าลืมรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมเท่าที่เราจะช่วยกันได้นะ

 

Info-01.jpg

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก

clickorlando, cdc, springnews, uchealth

 

เพิ่มเพื่อน

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพเดี่ยว กับประกันสุขภาพแบบสัญญาเพิ่มเติม ต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันนั้นมีประกันสุขภาพแบบเดี่ยว (ไม่ต้องพ่วงประกันชีวิต) และประกันสุขภาพแบบสัญญาเพิ่มเติมประกันชีวิต (ทำพ่วงประกันชีวิต) แล้วแต่ละแบบมีลักษณะต่างกันอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เราควรเลือกแบบไหนที่จะเหมาะกับเรา บทความนี้มีคำตอบ

“เงื่อนไขจ่ายเงินประกันชีวิตผู้สูงอายุ รู้ไว้ไม่งง”

ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว ใครกำลังมองหาของขวัญที่ถูกใจผู้สูงอายุวัยเก๋า และช่วยเบาใจลูกหลานอย่างเรา ประกันชีวิตเพื่อผู้สูงอายุอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าลงทุน