1 นาที

เงื่อนไขสำคัญอะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนใช้ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

แชร์

ใกล้หมดเวลาวางแผนลดหย่อนภาษีประจำปี  64 แล้ว สำหรับผู้เสียภาษีคนไหนทีต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแบบชั่วระยะเวลา ตลอดชีพ สะสมทรัพย์ หรือแบบบำนาญ ทุกครั้งก่อนกดยื่นภาษีอย่าลืมเช็คเงื่อนให้ดีว่าประกันชีวิตที่จะนำใช้ลดหย่อนภาษีนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดหรือไม่ เพราะไม่งั้นอาจพลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตที่ควรจะพึงมีไปอย่างฟรีๆ  

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนใช้ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี 


สำหรับเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การหักลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตนั้นสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะตามประเภทของประกัน ดังนี้ 


ประเภทประกันชีวิตทั่วไป ได้แก่ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา แบบตลอดชีพ และแบบสะสมทรัพย์ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริงต่อปี หรือสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท  


เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ 

1.กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป 


2.ต้องทำประกันชีวิตไว้กับผู้รับประกันที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในไทย 


3.หากกรมธรรม์มีการจ่ายเงินปันผล หรือผลตอบแทนระหว่างสัญญา  

  • กรณีได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนทุกปี จะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี  
  • หากได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนเป็นแบบช่วงระยะเวลา เช่น ทุกๆ 3 ปี หรือทุกๆ  5 ปี ยอดเงินคืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตที่สะสมในแต่ละช่วง 

4.มีหลักฐานรับรองการจ่ายเบี้ยประกัน 


หมายเหตุ สัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อเพื่อขยายความคุ้มครองจากกรมธรมธรรม์ประกันชีวิตตัวหลักไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 



ประเภทประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสีย หรือสูงสุด 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุน RMF/กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/ กองทุนบำนาญราชการ(กบข.)/ กองทุนสังเคราะห์ครูเอกชน หรือกองทุนการออมแห่งชาติแล้วสามารถนำไปหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท ในแต่ละปีภาษี  


เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ 

  1. กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป 
  2. ต้องทำประกันชีวิตไว้กับผู้รับประกันที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในไทย 
  3. มีการรับรองจำนวนงวดในการจ่ายที่แน่นอน และต้องจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต้องจ่ายเท่ากันทุกงวด หรือจ่ายในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการเอาประกัน   
  4. มีการกำหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญที่ชัดเจน กล่าวคือ บริษัทผู้รับประกันจะต้องเริ่มจ่ายเงินบำนาญให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อมีอายุตั้งแต่ 55 ไปนจนถึงอายุ 85 ปี หรือจะมากกว่านี้ก็ได้ 
  5. มีหลักฐานรับรองการจ่ายเบี้ยประกัน 


ใครที่มีประกันชีวิตไว้ในครอบครองแล้วก็อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ให้ดีก่อนยื่นนะ และที่สำคัญอย่าลืมแจ้งขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิตกับทางตัวแทน หรือบริษัทประกันด้วย เพราะไม่งั้นอาจเสียสิทธิไปแบบไม่ทันรู้ตัว และสำหรับคนที่กำลังมองแผนประกันชีวิตที่จะช่วยให้ทั้งประหยัดภาษี และสร้างความคุ้มครองให้คนที่รักไปด้วยในตัว noon อาจเป็นคำตอบ


ด้วยระบบการวิเคราะห์ที่แม่นยำ และเป็นปัจเจก ซึ่งจะช่วยให้สามารถค้นหาแบบประกันที่ตอบโจทย์กับความต้องการของเราได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีระบบช่วยเปรียบเทียบแบบประกันจากหลากหลายแหล่งเพื่อให้ทุกๆ คนได้ค้นพบประกันชีวิตที่คุ้มค่าที่สุด หากสนใจสามารถเข้าไปที่ www.noon.in.th ได้เลย 


ขอบคุณแหล่งข้อมูล : rd.go.th, finnomena.com

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

3 แนวคิดเลือกทุนประกันชีวิตที่เหมาะกับคุณ

แนวคิดที่นักวางแผนการเงินส่วนใหญ่เลือกใช้ในการคำนวณหาทุนประกันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รับรองว่าซื้อประกันคราวนี้ไม่มีพลาดแน่นอน

ประกันสุขภาพแบบไหนที่ใช่เรา

คู่มือฉบับนี้ที่จะช่วยให้มือใหม่ หรือมือเก๋าเข้าใจ และสามารถซื้อประกันสุขภาพได้อย่างคุ้มค่ามากกว่าที่เคย