2 นาที

3 คำถามสำคัญต้องตอบก่อนเลือกซื้อประกันสุขภาพ

แชร์

การมีสุขภาพที่ดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ดังคำที่ว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” แต่จะมีใครบ้างที่ไม่เคยป่วย ถึงจะดูแลสุขภาพดีอย่างไรร่างกายของเราก็จะเสื่อมไปตามวัยและทำให้เราพบกับโรคภัยที่เราไม่ต้องการอยู่ดี แน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อไม่สบายเจ็บป่วยก็ต้องรักษาเยียวยา แต่สิ่งที่น่าหนักใจก็คือเรื่องของค่ารักษาพยาบาลนี่เอง ที่เดี๋ยวค่ารักษา ค่ายา ค่านอนโรงพยาบาล ไม่ใช่รายจ่ายที่น้อย ๆ เลย หากต้องการการรักษาที่ดียิ่งต้องใช้จ่ายมากขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการมีประกันสุขภาพไว้กับตัวก็ช่วยให้เบาใจเรื่องนี้ได้  

แต่อย่างไรก็ดีก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกซื้อประกันสุขภาพเพื่อตัวคุณเอง คุณควรตอบคำถามสำคัญ 3 ประการให้ได้ก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าคุณควรซื้อประกันสุขภาพในตอนนี้แล้วหรือยัง ซึ่งคำถามสำคัญ 3 ประการที่ต้องตอบก่อนเลือกซื้อประกันสุขภาพมีดังนี้ 

1. ประกันสุขภาพประเภทไหนและแบบใดที่เหมาะกับคุณ? 
ประกันสุขภาพในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายแบบมาก แต่ละแบบก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องทำความเข้าใจแตกต่างกันไป ประกันสุขภาพที่หลากหลายนั้นออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้คนที่มีความต้องการและไลฟ์สไตล์ชีวิตที่แตกต่างกันไปนั่นเอง ซึ่งในเรื่องนี้จะต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็นในการพิจารณานั่นคือ ประเภท และรูปแบบของประกันสุขภาพ 
1.1 ประเภทของประกันสุขภาพ 
ประกันสุขภาพจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมีประเภทแยกย่อยออกไป ดังนี้ 
กลุ่มที่ 1 ประกันสุขภาพแยกประเภทตามจำนวนผู้เอาประกัน : กลุ่มนี้จะเป็นประกันสุขภาพที่แบ่งประเภทตามจำนวนผู้เอาประกัน โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทย่อยคือ  
  • ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม จะมีผู้เอาประกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป 
  • ประกันสุขภาพรายบุคคล มีผู้เอาประกันเพียง 1 คน 
กลุ่มที่ 2 ประกันสุขภาพแยกประเภทตามรูปแบบการซื้อ : กลุ่มนี้จะเป็นประกันสุขภาพที่แบ่งประเภทตามรูปแบบการซื้อประกัน โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทย่อยคือ 
  • ประกันสุขภาพแบบเดี่ยว เป็นการจ่ายซื้อประกันสุขภาพอย่างเดียวที่คุ้มครองเรื่องสุขภาพแบบปีต่อปี  
  • ประกันสุขภาพแบบพ่วงประกันชีวิต เป็นการจ่ายซื้อประกันสุขภาพพ่วงไปกับประกันชีวิต โดยผู้ซื้อจะต้องจ่ายเบี้ยประกัน 2 ส่วน คือ ทั้งเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายเป็นปีต่อปี และประกันชีวิตที่จะต้องจ่ายเบี้ยระยะยาว 
1.2 รูปแบบของประกันสุขภาพ 
นอกจากประเภทของประกันสุขภาพจะมีให้เลือกหลายประเภทแล้ว ในแต่ละประเภทก็ยังมีรายละเอียดรูปแบบปลีกย่อยออกไปอีก ซึ่งรูปแบบประกันสุขภาพหลัก ๆ ที่นิยมกันก็จะมีดังนี้ 
  • ประกันสุขภาพสำหรับผู้ป่วยใน (IPD) : เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยแล้วต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จะครอบคลุมค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ายา และอื่น ๆ  
  • ประกันสุขภาพสำหรับผู้ป่วยนอก (OPD) : เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยแล้วไม่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 
  • ประกันสุขภาพชดเชยรายได้ (HB) : เป็นประกันชดเชยรายได้กรณีที่ผู้ทำประกันต้องนอนโรงพยาบาล ต้องพักฟื้นไม่สามารถไปทำงานได้ ทำให้ผู้ทำประกันยังมีรายได้ชดเชยในระยะพักฟื้น 
  • ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง (ECIR) : เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง อย่างเช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือกสมอง โรคมะเร็ง เป็นต้น 
ไลฟ์สไตล์ อาชีพ และรายได้ที่แตกต่างกันของแต่ละคนก็จะเหมาะสมกับประกันสุขภาพแต่ละประเภท แต่ละรูปแบบแตกต่างกัน ดังนั้นจะเลือกประเภทหรือรูปแบบไหนก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับตนเอง 
2. คุณมีสิทธิ์การรักษาขั้นพื้นฐานอื่นใดอยู่หรือไม่? 
คุณต้องไม่ลืมสำรวจตัวเองด้วยว่า คุณมีสิทธิ์ในประกันสุขภาพแบบอื่นอยู่หรือไม่ สำหรับบางคนอาจมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากที่ทำงานอยู่แล้ว ส่วนบางคนอาจเคยซื้อประกันประกันสุขภาพมาก่อนหน้าแล้ว กรณีเหล่านี้อาจไม่จำเป็นที่คุณจะต้องทำประกันสุขภาพแบบซ้ำซ้อน เพราะหากทำประกันเพิ่มเข้าไปอีกก็จะต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มอีก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาโดยไม่จำเป็น ดังนั้นคุณต้องพิจารณาก่อนว่าสิทธิ์การรักษาขั้นพื้นฐานที่คุณมีอยู่ตอบโจทย์และเพียงพอกับการดูแลสุขภาพตนเองแล้วหรือไม่ หากคิดว่ายังไม่เพียงพอ หรือเพียงพอแล้วแต่เคยเบิกประกันสวัสดิการต่าง ๆ จนเกินวงเงินที่เบิกได้ไปแล้ว แบบนี้ค่อยตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพเพิ่มภายหลังเพื่อให้มีความคุ้มครองต่อเนื่องก็ยังไม่สายเกินไป 
3. วงเงินค่ารักษามีความครอบคลุมและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราหรือไม่? 
วงเงินค่ารักษาคือสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากประกันสุขภาพที่คุณทำ จึงเป็นเรื่องที่คุณจะต้องพิจารณาให้ดี ซึ่งหลักการพิจารณาความเหมาะสมในเรื่องวงเงินค่ารักษา หลัก ๆ แล้วก็มาจาก 2 ประการนั่นคือ 
  • ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน : ถ้าคุณเป็นคนที่ค่อนข้างรักสุขภาพ ทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แบบนี้อาจไม่จำเป็นต้องเลือกวงเงินการรักษาที่สูงก็ได้ เพราะอาจจะไม่ค่อยเจ็บป่วยบ่อยนัก แต่ถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์ชีวิตแบบหนัก ๆ ชอบสังสรรค์ สูบบุหรี่จัดและปกติทานอาหารตามใจไม่จำกัดประเภท ทำให้อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงเรื่องปัญหาสุขภาพ แบบนี้ก็ควรจะเลือกวงเงินค่ารักษาที่สูงไว้สักหน่อยก็น่าจะดี 
  • อาชีพที่ทำ : บางคนอาจทำงานออฟฟิศไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องลงพื้นที่ออกหน้างาน ลักษณะการทำงานโดยภาพรวมไม่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย แบบนี้ก็เลือกวงเงินคุ้มครองที่ไม่สูงได้ ส่วนคนที่ลักษณะของงานมีความเสี่ยง ต้องเสี่ยงกับความร้อน ฝุ่น ควัน สารพิษ ก็ควรจะต้องเลือกวงเงินคุ้มครองที่สูง เพราะคุณมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพมากนั่นเอง 
แต่อย่างไรก็ดี การพิจารณาเลือกวงเงินในการรักษานั้น ก็ต้องดูความพร้อมของตัวเราเองด้วย เพราะประกันสุขภาพที่ให้วงเงินการรักษาที่สูงก็ย่อมมีค่าเบี้ยที่สูงตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นนอกจากพิจารณาลักษณะการใช้ชีวิตแล้วก็ต้องดูความพร้อมเรื่องรายได้ของเราประกอบกันไปด้วย 
ทั้งหมดนี้คือ 3 คำถามสำคัญที่คุณควรจะต้องตอบตนเองให้ได้ก่อนตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพ หากได้คำตอบกับตนเองแล้ว คุณจะรู้ในทันทีว่าคุณควรซื้อประกันสุขภาพตอนนี้หรือไม่ และถ้าควรซื้อควรจะเลือกแบบไหนที่จะเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด 

ประกันสุขภาพ ปลดห่วงเรื่องค่ารักษา แถมยังช่วยลดหย่อนภาษี

แชร์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ออกจากงาน ยื่นภาษีเงินได้อย่างไร

การออกจากงานไม่ว่าจะเป็นแบบสมัครใจ หรือถูกเชิญออกล้วนต่างหนีไม่พ้นในเรื่องของการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับใครที่สงสัยว่าการยื่นภาษีของผู้ที่ออกจากงานแล้วนั้นต้องเตรียมตัวอย่างไร หรือวิธีการที่แตกต่างไปจากที่เคยยื่นภาษีแค่ไหน

7 ข้อคิดสู่ความสำเร็จจากนักลงทุนตัวพ่อ วอเรน บัฟเฟต์

วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนที่่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เขามีเคล็ดลับในการลงทนุอย่างไรให้ตัวเองร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 128.3 พันล้านดอลลาร์